ReadyPlanet.com
dot
dot
ภาพรวม
dot
bulletข้อมูลทั่วไป
bulletสถานที่ท่องเที่ยว
bulletกิจกรรมของสำนักงาน
bulletเทศกาลงานประเพณี
bulletข้อมูลการเดินทาง
bulletข่าวประชาสัมพันธ์
dot
ปฏิทินกิจกรรม ปี 2555
dot
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนมกราคม
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนกุมภาพันธ์
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนมีนาคม
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนเมษายน
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนพฤษภาคม
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนมิถุนายน
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนกรกฎาคม
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนสิงหาคม
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนกันยายน
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนตุลาคม
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนพฤศจิกายน
bulletปฏิทินกิจกรรม เดือนธันวาคม
dot
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletสำนักงานจังหวัดเพชรบุรี
bulletกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletกรมการท่องเที่ยว
bulletการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
bulletการกีฬาแห่งประเทศไทย
bulletกรมพลศึกษา
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวประชาสัมพันธ์ด้านกีฬา
bulletข่าวประชาสัมพันธ์ด้านท่องเที่ยว
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบุรี
bulletสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี
bulletข้อมูลจังหวัด
bulletคลังจังหวัดเพชรบุรี
bulletสรรพากรพื้นที่เพชรบุรี
bulletขนส่งจังหวัดเพชรบุรี
bulletสถิติจังหวัดเพชรบุรี
bulletโรงพยาบาลพระจอมเกล้า
bulletตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี
dot
ลิ้งค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletโรงแรมในจังหวัดเพชรบุรี
bulletบทความที่น่าสนใจ
bulletฟอนต์ TH sarabun IT ๙
bulletกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot
bulletเว็บบอร์ด





 สภาพทั่วไป

                   เพชรบุรี เป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นเมืองหน้าด่านที่สําคัญของไทยในกลุ่มหัวเมือง ฝ่ายตะวันตก มีชื่อเรียกปรากฏในหนังสือชาวต่างประเทศ  เช่น ชาววิลันดา เรียกว่าพิพรีย์”    ชาวฝรั่งเศสเรียกว่า พิพพีล์และฟิฟรี”  จึงสันนิษฐานกันว่าชื่อเมืองพริบพรีคงเป็นชื่อเดิมของ             เมืองเพชรบุรี

                    ชื่อ เพชรบุรีมีปรากฏเป็นหลักฐานมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ที่มาของชื่อมีที่มาได้

๒  ทาง  ทางแรกเป็นการเรียกตามชื่อแม่น้ำเพชรบุรี  ส่วนอีกทางหนึ่งเป็นการเรียกตาม ตำนานที่เล่าสืบกันมาว่าในสมัยโบราณเคยมีแสงระยิบระยับในเวลากลางคืนที่เขาแด่น  ทำให้คนเข้าใจว่ามีเพชรพลอยบนเขานั้น

                    เมืองเพชรบุรี  มีศิลปะวัตถุมากมาย   เป็นหลักฐานที่แสดงว่าเพชรบุรีเคยเป็นบ้านเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นชุมชนถาวรมาตั้งแต่  สมัยทวารวดี

                    เพชรบุรีในสมัยสุโขทัย     อาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหง  แม้จะมีอำนาจครอบคลุม

เพชรบุรี    แต่เพชรบุรีก็ยังมีอิสระอยู่มาก  สามารถส่งทูตไปจีนได้  ต้นวงศ์ของกษัตริย์เพชรบุรีในช่วงสมัยสุโขทัยคือ พระพนมทะเลศิริ  ผู้เป็นเชื้อสายของพระเจ้าพรหมแห่งเวียงไชยปราการ ราชวงศ์นี้ได้ครองเมืองเพชรบุรีมาจนถึงสมัยพระเจ้าอู่ทอง    จึงได้เสด็จไปสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

                    เพชรบุรีในสมัยอยุธยา    ในสมัยอยุธยาตอนต้น  เพชรบุรีขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยาในแบบ       ศักดินาสวามิภักดิ์   มีขุนนางควบคุมเป็นชั้นๆ ขึ้นไป   แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัย       พระบรมไตรโลกนาถ    อำนาจในส่วนกลางมีมากขึ้น  เพชรบุรียังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกรุงศรีอยุธยา   ดังนั้น   อำนาจจากส่วนกลางจึงมามีส่วนในการปกครองเพชรบุรีมากกว่าเดิม

                    ในสมัยพระมหาธรรมราชา  ทางเขมรได้ให้พระยาจีนจันตุยกทัพมาตีเมืองเพชรบุรี  แต่       ชาวเพชรบุรีป้องกันเมืองไว้ได้   ต่อมาพระยาละแวกได้ยกทัพมาเองมีกำลังประมาณ ๗,๐๐๐ คน เมืองเพชรบุรีจึงตกเป็นของเขมรจนถึงสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงตีเขมรชนะ    เพชรบุรีจึงเป็นอิสระและเนื่องจากทรงโปรดปรานเมืองเพชรบุรีเป็นพิเศษจึงได้เสด็จมาประทับที่เมืองเพชรบุรีเป็นเวลาถึง ๕  ปี ก่อนจะทรง    ยกทัพใหญ่ไปปราบพม่าและสวรรคตที่เมืองหาง  เจ้าเมืองเพชรบุรีและชาวเมืองเพชรบุรีได้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับข้าศึกหลายครั้ง   นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช    สมเด็จพระเชษฐาธิราช และสมัยพระเจ้าเอกทัศน์   โดยเฉพาะในสมัยพระเทพราชานั้น  การปราบปรามเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช    ซึ่งแข็งเมือง    พระยาเพชรบุรี ได้เป็นกำลังสำคัญในการส่งเสบียงให้แก่กองทัพฝ่ายราชสำนักอยุธยา อย่างไรก็ดี เมืองเพชรบุรี      ถูกตีแตกอีกครั้ง   เมื่อพม่าโดยมังมหานรธราได้ยกมาตีไทย จนไทยต้องเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าเป็น           ครั้งที่ ๒  นั่นเอง

                    เพชรบุรีในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์  ตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินจนถึงแผ่นดินพระพุทธเลิศหล้านภาลัย   ไทยยังคงทำสงครามกับพม่ามาโดยตลอด  ซึ่งเจ้าเมืองและชาวเมืองเพชรบุรี                ก็ยังคงมีส่วนในการทำสงครามดังกล่าว    จนเมื่อพม่าตกเป็นของอังกฤษ  บทบาทของเมืองเพชรบุรีที่มีต่อเมืองหลวงและราชสำนัก จึงค่อยๆ เปลี่ยนไป   พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดปรานเมืองเพชรบุรีตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวชอยู่    เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วโปรดให้สร้าง พระราชวังวัดและพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นบนเขาเตี้ยๆใกล้กับตัวเมืองและพระราชทานนามว่า พระนครคีรี”   ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   ได้ทรงโปรดให้สร้างพระราชวังอีกแห่งหนึ่งในตัวเมืองเพชรบุรี คือ  พระรามราชนิเวศน์  หรือ  วังบ้านปืน  และด้วยความเชื่อที่ว่าอากาศชายทะเลและน้ำทะเล อาจบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวัง    พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ขึ้น     ที่ชายหาดชะอำเพื่อใช้เป็นที่ประทับรักษาพระองค์

 ˆ  ขนาด ที่ตั้งและอาณาเขต

                    จังหวัดเพชรบุรี  มีเนื้อที่ประมาณ  ๖,๒๒๐.๘  ตารางกิโลเมตร หรือ  ๓,๘๘๘,๐๐๐ ไร่     (ที่มา : สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี)  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภาคกลาง   มีอาณา

เขตติดต่อจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน  ดังนี้

ทิศเหนือ           ติดกับอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีและอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

                   ทิศใต้               ติดกับอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์   

                   ทิศตะวันออก    ติดกับอ่าวไทย

                   ทิศตะวันตก      ติดกับสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) 

ˆ ลักษณะภูมิประเทศ

                    ทางด้านทิศตะวันตก   ในเขตอำเภอแก่งกระจานและอำเภอหนองหญ้าปล้อง    มีลักษณะเป็นที่ราบสูงและภูเขาสูงชัน   แล้วค่อย ๆ ลาดต่ำมาทางทิศตะวันออกเกิดเป็นสันปันน้ำ  แบ่งน้ำส่วนหนึ่งให้ไหลลงสู่ประเทศพม่าและอีกส่วนหนึ่งไหลมาทางทิศตะวันออกเป็นต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี สภาพเช่นนี้ทำให้ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และ    แร่ธาตุ   แต่มีประชากรอาศัยอยู่น้อยเนื่องจากเป็นแดนกันดาร  จะมีเพียงชาวกะเหรี่ยงและชาวกะหร่างที่อพยพข้ามแดนมาจากสหภาพเมียนมาร์(พม่า) เข้ามาอาศัยเท่านั้น

ข้อมูลพื้นฐานสำคัญด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี

ˆ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในจังหวัดเพชรบุรี ๒๒ โครงการ ประกอบด้วย

                    ๑.  โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง

                    ๒.  โครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย

                    ๓.  โครงการจัดพัฒนาที่ดินฯ ตามพระราชประสงค์หนองพลับ - กลัดหลวง

                    ๔.  โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ป่าเด็ง - ป่าละอู

                    ๕.  โครงการดูแลรักษาป่าไม้บริเวณป่าละอูบนและเขาพระเนินทุ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ                  

                    ๖.  โครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียงตามพระราชดำริ 

                    ๗.  โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                    ๘.  โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิชัยพัฒนา

                    ๙.  โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 

                    ๑๐. โครงการดูแลที่ดินและปลูกป่าในที่ดินของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้า

                            สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านท่ากระทุ่ม

                    ๑๑. โครงการศูนย์สาธิตพืชไร่และพืชสวนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 

          ๑๒. โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพพื้นที่บริเวณเขานางพันธุรัต (เขาเจ้าลายใหญ่)               อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                    ๑๓. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 

                    ๑๔. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยผากอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                    ๑๕. โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                    ๑๖. พัฒนาแหล่งน้ำบริเวณมหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี(ขุดลอกอ่าง     

                                   เก็บน้ำหนองจิก)

                    ๑๗. โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยสงสัยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                    ๑๘. โครงการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีอันเนื่องพระราชดำริ

                    ๑๙. โครงการอ่างเก็บน้ำผาน้ำหยดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                    ๒๐. โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  บ้านบางกลอย

                                    และบ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

                    ๒๑. โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสานตามพระราชดำริ 

                    ๒๒. โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ

  ˆ  หน่วยพิพิธภัณฑ์

                   ๑.  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี  ตั้งอยู่บนพระนครคีรี

                   ๒.  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บริเวณภายในมณฑลทหารบกที่๑๕  

ˆ  แหล่งเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรม  และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน 

                   ๑.  ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรม  สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี

                   ๒.  ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอำเภอบ้านลาด โรงเรียนบ้านลาดวิทยา อำเภอบ้านลาด

                   ๓.  พิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุวรวิหาร  อำเภอเมืองเพชรบุรี

๔.  พิพิธภัณฑ์วัดเพชรพลี  อำเภอเมืองเพชรบุรี

                   ๕.  พิพิธภัณฑ์วัดเกาะ  อำเภอเมืองเพชรบุรี

                   ๖.  เรือนกฤษณา  บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี  อำเภอเมืองเพชรบุรี

                   ๗.  พิพิธภัณฑ์กัลยาณวุฒิกร  วัดเขากระจิว  อำเภอท่ายาง

                   ๘.  พิพิธภัณฑ์ไทยพวน  วัดมาบปลาเค้า  อำเภอท่ายาง

๙.  พิพิธภัณฑ์ไทยทรงดำ  โรงเรียนเขาย้อยวิทยา  อำเภอเขาย้อย

๑๐.  พิพิธภัณฑ์ปานถนอม  อำเภอเขาย้อย

๑๑.  ศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน  บ้านสามเรือน  อำเภอหนองหญ้าปล้อง

๑๒.  แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น  โรงเรียนหนองหญ้าปล้องวิทยา

๑๓.  ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ  บ้านหนองจิก อำเภอเขาย้อย

๑๔.  พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่  วัดพลับพลาชัย  อำเภอเมืองเพชรบุรี

๑๕.  ศูนย์การเรียนรู้วัดม่วงงาม  อำเภอบ้านลาด

๑๖.  ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำเทศบาลเขาย้อย  บ้านวัง  อำเภอเขาย้อย

๑๗.  ศูนย์วัฒนธรรมวัดนาพรม  อำเภอเมืองเพชรบุรี

๑๘.  ศูนย์เรียนรู้วัดช่องม่วง  อำเภอบ้านลาด

 

ˆ  เขตแหล่งโบราณคดี (โบราณสถาน โบราณวัตถุ)

           อำเภอเมืองเพชรบุรี

๑. ปราสาทหินวัดกำแพงแลง     ตำบลท่าราบ   

๒.  เสาชิงช้าหน้าวัดเพชรพลี     ตำบลท่าราบ   

๓.  วัดเพชรพลี      ตำบลท่าราบ

๔.  หลักเมือง  (ศาลเจ้าหลักเมือง)   ตำบลท่าราบ

๕.  วัดปากน้ำ  (โบราณสถาน)     ตำบลท่าราบ

๖.  วัดใหญ่สุวรรณาราม     ตำบลท่าราบ

๗.  วัดไผ่ล้อม (โบราณสถาน)     ตำบลท่าราบ

๘.  วัดโพธาราม      ตำบลท่าราบ

๙.  วัดอุทัย      ตำบลท่าราบ

๑๐.  วัดพระทรง      ตำบลท่าราบ

๑๑.  วัดธ่อเจริญธรรม     ตำบลท่าราบ

๑๒.  วัดแรก      ตำบลท่าราบ

๑๓.  วัดลาด      ตำบลท่าราบ

๑๔.  วัดสนามพราหมณ์     ตำบลท่าราบ

๑๕.  วัดชีประเสริฐ     ตำบลท่าราบ

๑๖.  วัดเกาะ      ตำบลท่าราบ

๑๗.  วัดมหาธาตุวรวิหาร     ตำบลท่าราบ

๑๘.  วัดคงคาราม      ตำบลท่าราบ

๑๙.  วัดมหาสมณารามราชวรวิหาร     ตำบลคลองกระแซง

๒๐.  วัดสระบัว      ตำบลคลองกระแซง

๒๑.  วัดพระพุทธไสยาสน์(วัดพระนอน)   ตำบลคลองกระแซง

๒๒.  วัดดอนไก่เตี้ย (โบราณสถาน)     ตำบลคลองกระแซง

๒๓.  วัดโคก      ตำบลคลองกระแซง

๒๔.  พระนครคีรี      ตำบลคลองกระแซง

๒๕.  สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี(หลังเก่า)  ตำบลคลองกระแซง

๒๖.  วัดจันทราวาส     ตำบลต้นมะม่วง

๒๗.  วัดเลา (โบราณสถาน)    ตำบลต้นมะม่วง

๒๘.  วัดเกตุ (โบราณสถาน)     ตำบลต้นมะม่วง

๒๙.  ที่พักสงฆ์ดอนบ้านใหม่     ตำบลหาดเจ้าสำราญ

๓๐.  วัดดอนแตง (โบราณสถาน)     ตำบลหาดเจ้าสำราญ

๓๑.  วัดหนองหว้า      ตำบลหนองขนาน

๓๒.  วัดโคกหม้อ (โบราณสถาน)     ตำบลช่องสะแก

๓๓.  วัดวิหารน้อย (โบราณสถาน)     ตำบลช่องสะแก

๓๔.  วัดปีบ (โบราณสถาน)     ตำบลช่องสะแก

๓๕.  วัดนาค      ตำบลช่องสะแก

๓๖.  วัดพระรูป      ตำบลช่องสะแก

๓๗.  วัดนก-วัดยาง (โบราณสถาน)     ตำบลช่องสะแก

๓๘.  วัดนาพรม      ตำบลนาพันสาม

๓๙.  วัดใหญ่เจริญธรรม     ตำบลบางจาน

๔๐.  วัดถ้ำแกลบ (บุญทวี)     ตำบลธงชัย

๔๑.  ถ้ำเขาหลวง      ตำบลธงชัย

๔๒.  เขาพนมขวด      ตำบลธงชัย

๔๓.  แหล่งโบราณคดีโคกแครง     ตำบลบ้านกุ่ม

๔๔.  เจดีย์แดง      ตำบลบ้านหม้อ

๔๕.  พระตำหนักศรเพชรปราสาท(พระรามราชนิเวศน์) ตำบลบ้านหม้อ

๔๖.  วัดทุ่งลม (โบราณสถาน)     ตำบลโพไร่หวาน

๔๗.  วัดเพรียง      ตำบลโพไร่หวาน

๔๘.  วัดบันไดทอง      ตำบลบ้านกุ่ม

๔๙.  วัดอินทรคีรี (วัดถ้ำหว้า)     ตำบลไร่ส้ม

๕๐.  วัดเขาบันไดอิฐ     ตำบลไร้ส้ม

๕๑.  วัดโรงเข้      ตำบลไร่ส้ม

๕๒.  วัดท่าน้ำ (โบราณสถาน)     ตำบลหนองโสน

๕๓.  วัดชมพูพน      ตำบลหนองโสน

๕๔.  วัดหนองควง      ตำบลต้นมะพร้าว

เขตอำเภอเขาย้อย   

๑.  ถ้ำเขาย้อย      ตำบลเขาย้อย  

๒.  วัดท้ายตลาด      ตำบลเขาย้อย  

๓.  วัดห้วยหลวง      ตำบลเขาย้อย  

๔.  บ้านสระพัง      ตำบลสระพัง

๕.  แหล่งผลิตรูปเคารพหินหนองปรง   ตำบลหนองปลง

๖.  แหล่งโบราณคดีเขาพระ     ตำบลห้วยโรง

๗.  วัดหนองปรง      ตำบลทับคาง

๘.  วัดกาจับศรัทธาธรรม     ตำบลห้วยโรง

๙.  วัดห้วยโรง      ตำบลห้วยโรง

๑๐.  วัดกุฏิ      ตำบลบางเค็ม

๑๑.  วัดโพธิ์ (บางเค็ม)     ตำบลบางเค็ม

๑๒.  ตลาดบ้านน้อย     ตำบลเขาย้อย

เขตอำเภอชะอำ

๑.  แหล่งโบราณคดีบ้านหนองงูเหลือม(บ้านไร่)  ตำบลนายาง

๒.  ถ้ำพระเขานาขวาง     ตำบลนายาง

๓.  โบราณสถานทุ่งเศรษฐี     ตำบลนายาง

๔.  เขาตาจีน      ตำบลนายาง

๕.  บ้านนายาง      ตำบลนายาง

๖.  นาเตาอิฐ      ตำบลนายาง

๗.  บ้านดอน      ตำบลนายาง

๘.  วัดโตนดหลวง     ตำบลบางเก่า

๙.  บ้านเพชรบูรณ์     ตำบลหนองศาลา

๑๐.  บ้านพักชายทะเลชะอำ     ตำบลชะอำ

๑๑.  พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน     ตำบลห้วยทรายเหนือ

๑๒.  บ้านบ่อปะโคน     ตำบลชะอำ

เขตอำเภอท่ายาง

๑.  วัดท่าคอย      ตำบลท่าคอย

๒.  บ้านหนองแฟบ     ตำบลท่ายาง

๓.  บ้านเขากระจิว     ตำบลท่ายาง

๔.  บ้านมาบปลาเค้า     ตำบลมาบปลาเค้า

๕.  วัดกระจิว (โบราณสถาน)     ตำบลมาบปลาเค้า

๖.  ถ้ำบ้านวังข้าวสาร     ตำบลกลัดหลวง

๗.  ถ้ำเขาพุประคำ (พุมะคำ)     ตำบลกลัดหลวง

๘.  เขากระปุก      ตำบลเขากระปุก

๙.  พระพุทธบาทเขาลูกช้าง     ตำบลท่าไม้รวก

๑๐.  บ้านหนองเตียน     ตำบลท่าไม้รวก

๑๑.  วังหมกมอญ      ตำบลท่าไม้รวก

๑๒.  บ้านไร่หลวง      ตำบลท่าไม้รวก

๑๓.  บ้านดอนเตาอิฐ     ตำบลปึกเตียน

เขตอําเภอแก่งกระจาน

๑.  บ้านห้วยสัตว์ใหญ่     ตำบลป่าเด็ง

๒.  บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ (ไร่นายอู๋  คงสบาย)  ตำบลป่าเด็ง

๓.  บ้านหมู่เฮา      ตำบลป่าเด็ง

๔.  ถ้ำบ้านหนองมะค่า ๑     ตำบลสองพี่น้อง

๕.  ถ้ำบ้านหนองมะค่า ๒     ตำบลสองพี่น้อง

๖.  ถ้ำบ้านหนองมะค่า ๓     ตำบลสองพี่น้อง

๗.  ถ้ำบ้านหนองมะค่า ๔     ตำบลสองพี่น้อง       

๘.  บ้านหนองมะค่า     ตำบลสองพี่น้อง

๙.  ถ้ำบ้านห้วยสำโหรง     ตำบลสองพี่น้อง

๑๐.  วังฆ้อง      ตำบลสองพี่น้อง

เขตอำเภอบ้านลาด

๑.  เนินโพธิ์ใหญ่      ตำบลบ้านลาด

๒.  เนินดินแดง      ตำบลบ้านลาด

๓.  หน้าวัดป่าแป้น     ตำบลบ้านลาด

๔.  วัดป่าแป้น      ตำบลบ้านลาด

๕.  วัดลาดศรัทธาธรรม     ตำบลบ้านลาด

๖.  วัดท่าช้าง (โบราณสถาน)     ตำบลท่าช้าง

๗.  วัดโพธิ์กรุ      ตำบลท่าช้าง

๘.  วัดเขาทะโมน     ตำบลท่าเสน

๙.  วัดท่าศาลา      ตำบลท่าเสน

๑๐.  วัดท่าไชยศิริ      ตำบลสมอพลือ

๑๑.  วัดกลาง (โบราณสถาน)     ตำบลสมอพลือ

๑๒.  วัดเหนือ (โบราณสถาน)     ตำบลสมอพลือ

๑๓.  โบราณสถานถ้ำวัว     ตำบลถ้ำรงค์

๑๔.  โบราณสถานถ้ำเขาย้อย     ตำบลถ้ำรงค์

๑๕.  โบราณสถานบนเขาน้อย(ลานลั่นทม)   ตำบลถ้ำรงค์

๑๖.  โบราณสถานไร่นายสุทิน  หวานหนู   ตำบลถ้ำรงค์

๑๗.  โบราณสถานไร่นายทรัพย์  ขาวปลั่ง   ตำบลถ้ำรงค์

๑๘.  โบราณสถานถ้ำรงค์     ตำบลถ้ำรงค์

๑๙.  โบราณสถานถ้ำพระขาว     ตำบลถ้ำรงค์

๒๐.  โบราณสถานถ้ำพระพิมพ์     ตำบลถ้ำรงค์

๒๑.  โบราณสถานบนเขาถ้ำรงค์ ๑     ตำบลถ้ำรงค์

๒๒.  โบราณสถานบนเขาถ้ำรงค์ ๒     ตำบลถ้ำรงค์

๒๓.  วัดโพธิ์เรียง      ตำบลบ้านทาน

๒๔.  เขาพระนอก      ตำบลบ้านทาน

๒๕.  หนองพระ      ตำบลบ้านทาน

๒๖.  บ้านไร่ห้วย      ตำบลไร่โคก

๒๗.  วัดเขาน้อย      ตำบลบ้านหาด

๒๘.  วัดดอนกอก      ตำบลโรงเข้

๒๙.  วัดดอนหว้า      ตำบลสะพานไกร

๓๐.  วัดจันทาราม      ตำบลบ้านทาน

๓๑.  วัดวังบัว      ตำบลลาดโพธิ์

เขตอําเภอบ้านแหลม

๑.  วัดในกลาง      ตำบลบ้านแหลม

๒.  วัดศรีษะคาม      ตำบลบ้านแหลม

๓.  วัดกุฏิ (ท่าแร้ง)     ตำบลท่าแร้ง

๔.  วัดสมุทรธาราม     ตำบลแหลมผักเบี้ย

๕.  วัดสมุทรโคดม     ตำบลแหลมผักเบี้ย

๖.  วัดปากคลอง      ตำบลบางครก

๗.  วัดนอกปากทะเล     ตำบลปากทะเล

๘.  โคกบ้านเก่า      ตำบลบางครก 

ˆ   ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ท้องถิ่น

                   จังหวัดเพชรบุรี  มีขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม    และการละเล่นพื้นบ้านที่นิยม

ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเอกลักษณ์ท้องถิ่น ที่สำคัญ  ดังนี้

-  ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม และการละเล่นพื้นบ้าน

๑. งานพระนครคีรีเมืองเพชร จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันที่ ๑๑๐ เมษายน รวม ๑๐

วัน ๑๐ คืน  เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์เมืองเพชร  ตลอดจนเพื่อเผยแพร่สิ่งที่ดีงามใน

ทุกด้านให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การแสดงและสาธิตงาน

ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแข่งขันวัวเทียมเกวียน เป็นต้น  ในช่วงของจัดงานจะมีการประดับไฟบน

เขาวัง สวยงามเป็นอย่างมาก

๒. ประเพณีวัวลานหรือวัวระดอก การเล่นวัวลานมีวิวัฒนาการมาจากการใช้วัวนวดข้าวเพราะลักษณะลานนวดข้าวเป็นวงกลม วิธีการนวดข้าวนั้น วัวที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางไม่ต้องใช้กำลังและฝีเท้ามากเพราะอยู่ในช่วงหมุนรอบสั้น  แต่วัวตัวที่อยู่นอกสุดอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางมาก ระยะทางที่ต้องหมุนจะยาวกว่าจึงต้องเลือกวัวตัวที่มีกำลังและฝีเท้าดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรจึงคิดการเล่นวัวลานขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานประกวดว่าวัวของใครจะมีฝีเท้าและกำลังดีกว่ากันและยังมีผลต่อการค้าขายวัวใช้งานอีกด้วยเพราะวัวที่ชนะการเล่นวัวลานจะมีผู้สนใจซื้อในราคาสูง

๓. วัวเทียมเกวียน   เมืองเพชรบุรีได้จัดให้มีการประกวดวัวเทียมเกวียนขึ้นทุก  ๆ  ปี ในช่วงของการจัดงานพระนครคีรี เมืองเพชร  เพื่ออนุรักษ์การละเล่นพื้นบ้านและสืบทอดประเพณี ชาวบ้านนิยมนำวัวมาประกวดเพราะมีความหมายว่า วัวที่มีความสมบูรณ์จะเป็นเครื่องบ่งบอกถึงฐานะ

ความเป็นอยู่ของผู้เป็นเจ้าของ ลักษณะการประกวดวัวเทียมเกวียนจะประกวดครั้งละ ๑  คู่  กล่าวคือ 

วัว จำนวน ๒  ตัวต่อเกวียน  ๑ เล่ม หรืออาจจะประกวดทั้งสองคู่ก็มี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม การเดิน

ของวัวในระหว่างที่เดินประกวดจะมีเสาหลักปักไว้เป็นคู่  ๆ  วัวเทียมเกวียนจะต้องเดินให้ครบ ๓  รอบ

และห้ามวัวเดินชนเสาหลัก ในระหว่างที่เดินอาจจะมีดนตรีบรรเลงเพื่อความสนุกสนานด้วย

 ๔ .ละครชาตรี  เป็นละครรำที่เก่าแก่ที่สุด ได้รับวัฒนธรรมจากละครของอินเดีย เข้ามาสู่เมืองเพชรบุรี   ตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน  มีเพียงประวัติว่า หม่อมเมืองซึ่งเป็นหม่อมในรัชกาลที่ ๕ เป็นคนเพชรบุรี ด้วยเป็นผู้มีความสามารถในการละเล่นละครชาตรี จึงมักเล่นถวายหน้าพระที่นั่งทุกครั้งที่เสด็จมาจนได้รับพระราชทานบริเวณ หน้าพระลาน”  เพื่อเป็นที่แสดงละครเป็นประจำ  ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖  มีผู้นําละครนอกมาประสมกับละครชาตรี  เรียกว่า  ละครเข้าเครื่อง หรือละครชาตรีเครื่องใหญ่  เป็นละครที่รวมศิลปะการร้อง  และการรำเข้าด้วยกัน และได้แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

                             ๕. ไทยทรงดำ   หรือไทยดำ  หรือ ไทยโซ่ง  หรือ ลาวโซ่ง  เป็นชื่อกลุ่มชนเผ่าไทยกลุ่มหนึ่งในท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี   ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอำเภอเขาย้อย อาชีพหลักของชาวไทยทรงดำ    คือ ทำนาทำไร่  หาของป่า และจับสัตว์ป่า  นอกจากนี้ยังมีความสามารถเป็นพิเศษในการจับปลาตามห้วยหนองลำคลอง  ส่วนอาชีพรอง คือ อาชีพจักสาน โดยเฉพาะการจักสานหลัก หรือเข่ง  ภาษาของชาวไทยทรงดำมีลักษณะคล้ายกับภาษาไทยอื่นๆ ทั่วไป แต่มีลักษณะเฉพาะในการออกเสียงและศัพท์เฉพาะบางคำและมีอักษรเขียนของตนเองซึ่งปัจจุบันมีผู้อ่านได้น้อยลง  ทรงผมเป็นเอกลักษณ์  อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจโดยเฉพาะทรงผมของผู้หญิงมีถึง  ๘ แบบ  แต่ละแบบจะบ่งบอกถึงสถานภาพของสตรีผู้นั้น

๖. การแข่งเรือยาว  ประเพณีการแข่งขันเรือยาวของจังหวัดเพชรบุรี  นิยมเล่นกันตามวัดต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี  ตั้งแต่กลางเดือน  ๑๑  ถึงกลางเดือน  ๑๒  ซึ่งในวันแข่งเรือยาวจะเป็นวันเดียวกับที่เจ้าภาพนำผ้ากฐินทอด  ณ  วัดนั้น  การแข่งเรือจะมีขึ้นในเวลาประมาณเที่ยง  แข่งขันเป็นคู่  ๆ เรื่อยไป เรือยาวลำใดชนะก็จะได้รางวัล   สมัยก่อนรางวัลไม่กำหนดแน่นอน  ส่วนมากจะเป็นผ้าแถบ   ผ้าแพรสีต่าง  ๆ  โดยจะใช้ผูกหัวเรือหรือมอบกับฝีพายหญิงที่นั่งพายคู่อยู่ส่วนหัวเรือ   ซึ่งจะมี  ๔ คู่  ๕ คู่ หรือมากกว่านั้น  หรืออาจเป็นผ้าขาวม้า ซึ่งนิยมมอบให้กับฝีพายผู้ชาย  ซึ่งอาจมี  ๘ คู่  ๑๐  คู่  นั่งอยู่ส่วนท้ายเรือ  

๗. เห่เรือบก เป็นการดัดแปลงจากการเห่เรือน้ำซึ่งเป็นประเพณีดังเดิมของชาวเพชรบุรี       การเห่เรือบกเริ่มมากว่า ๒๐ ปี ต่อมาภายหลังจากสร้างเขื่อนเพชรปิดกั้นแม่น้ำเพชรบุรีที่อำเภอท่ายางเป็นผลให้แม่น้ำเพชรบุรี      แห้งขอดลง และส่วนตอนกลางแม่น้ำก็ตื้นเขิน  ไม่เหมาะแก่การเห่เรือน้ำเหมือนในอดีต      ผู้เคยเล่นเรือน้ำจึงคิดดัดแปลงลักษณะของการเห่เรือน้ำมาเล่นบนบก โดยเอาเนื้อร้องและทำนองมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับท่าทางของฝีพายขณะเดินเห่  ผู้เล่นมีทั้งหญิงและชายซึ่งเป็นทั้งฝีพายและลูกคู่  ส่วนเรือที่จำลองจะประดับประดาสวยงามมาก  เนื้อความที่ใช้เห่เรือบกจะเริ่มด้วย บทไหว้ครู บทเกริ่น  บทเกี้ยวพาราสี  บทชมนกชมไม้ มีข้อสังเกตว่าไม่มีบทว่าโต้ตอบกัน  ต้นเสียงจะเห่บทเพลงไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาก็จะเห่บทอำลาและอวยพรให้ผู้ชม

๘.   การละเล่นหนังตะลุง  ได้รับอิทธิพลจากภาคใต้แถบจังหวัดพัทลุง  เมื่อประมาณ         ๑๐๐  กว่าปีมาแล้ว  การแสดงหนังตะลุงของจังหวัดเพชรบุรี   ยังคงรักษาแบบแผนการแสดงหนังตะลุงเหมือนทุกคณะก่อนแสดงจะมีโหมโรงจับลิงหัวคำ (แสดงเรื่องสั้นก่อนไหว้ครู)  ออกรูปฤาษี  แล้วจึงแสดงเรื่องใหญ่  เรื่องที่ใช้แสดงส่วนมาก เป็นเรื่องรามเกียรติ์ มโนรา เป็นต้น  เวลาที่ใช้แสดงเริ่มตั้งแต่เวลา ๓ ทุ่ม เดิมการแสดงหนังตะลุงมักนิยมแสดงในงานสมโภช  งานที่ต้องการความสนุกสนานครึกครื้นเป็นพิเศษ  หรือจัดเป็นมหกรรมการแสดงหนังตะลุง  แต่ปัจจุบันมักใช้แสดงในการแก้บนเป็นส่วนใหญ่

๙.  ประเพณีสลากภัต  เป็นประเพณีการถวายข้าวสาร    อาหารแห้ง    แด่พระภิกษุสงฆ์  ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี  ในพื้นที่ระหว่างอำเภอเมืองเพชรบุรี  และอำเภอบ้านลาด  การถวายสลากภัตมักจะจัดในระหว่างเดือน  ๘  เดือน ๑๐   ซึ่งเป็นฤดูฝนพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาเป็นเวลา ๓ เดือน บางครั้งไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้  ประชาชนจึงนำของแห้ง เช่น ข้าวสาร น้ำปลา ขนม นม เนย ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน จัดใส่หาบไปถวายแต่การถวายนั้นเป็นไปตามศรัทธา  บางคนจัดดีมีของมาก บางคนก็จัดน้อยไม่เสมอกัน  จึงใช้วิธีให้  พระสงฆ์จับสลาก  (ฉลาก)   เมื่อจับฉลากตรงกับหมายเลขใด   เจ้าของหาบฉลากก็หาบไปถวายแด่พระภิกษุรูปนั้น  ปัจจุบันวัดที่ยังคงรักษาขนมธรรมเนียมนี้ไว้ได้แก่  วัดโพธิ์กรุ  วัดเขาน้อย วัดหนองกาทอง วัดหนองแก วัดบ่อบุญ วัดโพธิ์ลอย วัดโพธิ์เรียง วัดจันทาราม วัดดอนหว้า วัดดอนกอก วัดหัวนา วัดวังบัว วัดหนองจอก เป็นต้น 

๑๐. ประเพณีเวียนศาลา เป็นประเพณีของชาวกระเหรี่ยงแถบอำเภอหนองหญ้าปล้อง และ แก่งกระจานที่ปฏิบัติมานานในปีหนึ่งๆ จะเวียนศาลา ๒ ครั้ง คือ วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกๆ ปี โดยจะนำดอกไม้สดมาร้อยด้วยมือเป็นมาลัยซึ่งมีลักษณะคล้ายการเวียนเทียนของชาวไทย จะประกอบไปด้วย ธูปเทียน ดอกไม้และนัดกันมาเวียนศาลาในเวลากลางคืน จะทำกันที่ศาลาวัดเก่าครั้งโบราณประจำหมู่บ้าน เป็นความเชื่อว่าเมื่อเวียนศาลาแล้วจะมีความสุขความเจริญ เป็นการบูชาและทำความเคารพดวงวิญญาณของผู้ที่ตายไปแล้วที่ที่มาสิงสถิตอยู่ ณ ศาลา (ในหมู่บ้านของชาวกระเหรี่ยงต้องมีศาลาทุกหมู่บ้าน)

๑๑. ประเพณีข้าวกระเหรี่ยง    เป็นประเพณีที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่

ของชาวกระเหรี่ยงอำเภอหนองหญ้าปล้อง  และอำเภอแก่งกระจาน เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ลูกหลาน ญาติๆ กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันในครอบครัว โดยมีการผูกแขนเรียกขวัญ และกินข้าวห่อกระเหรี่ยง โดยกำหนดพิธีกรรมในวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๙ ของทุกปี การกำหนดวันประเพณีขึ้นอยู่แต่ละหมู่บ้านกำหนดกันเอง ช่วงเวลาที่ทำพิธีกรรมมี ๒ วัน

๑๒. ประเพณีการแห่เรือองค์คือประเพณีการทอดกฐินหรือทอดผ้าป่าทางน้ำที่พุทธศาสนิกชนชาวเมืองเพชรได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาซึ่งจะจัดในช่วงเทศกาลกฐิน ประมาณเดือน ๑๑ และเดือน ๑๒อันเป็นระยะเวลาที่น้ำหลาก และมักมีการแข่งเรือยาวประเพรีควบคู่กันไปด้วย

๑๓.  ประเพณีงานปีผีมด เป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวเมืองเพชร เพื่อเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษผี

บ้านผีเรือนและพระภูมิเจ้าที่ เป็นความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากความเชื่อในเรื่องผีบรรพบุรุษซึ่งเชื่อกันว่าถ้าผู้ใดประกอบพิธีแล้ว จะทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ครอบครัวจะอยู่เย็นเป็นสุข ไม่เจ็บป่วย มีความเจริญก้าวหน้า      ทำมาค้าขึ้น แต่ถ้าไม่ทำแล้วจะส่งผลให้คนในครอบครัวเจ็บป่วย  หรือทำมาหากินไม่ขึ้น  ประเพณีนี้          กระทำกันในเดือน ๔-๗   ยกเว้นเดือน ๕   และในระหว่างเข้าพรรษา ระยะเวลาที่จะกระทำแต่ละครั้งนั้น     ต้องแล้วแต่เจ้าของงานปีผีมดที่มารับการเซ่นไหว้   คือเจ้าพ่อโหราม และเจ้าพ่อหงส์ทอง จะกำหนดให้โดยผ่านคนทรง ว่าครอบครัวนั้นๆ ควรจะจัดงานเมื่อไหร่ เช่น ๓ ปี,๕ ปี,๗ ปี หรือ ๙ ปีต่อครั้ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับฐานะของเจ้าภาพด้วย และในชั่วชีวิตเจ้าภาพคนหนึ่งจะจัดงานปีผีมดเพียง ๓ ครั้งเท่านั้น เมื่อครบแล้วไม่ต้องจัดอีกตลอดชีวิต แต่จะให้ผู้สืบสันดานรับช่วงปฏิบัติต่อไป  โดยมีความเชื่อว่า ถ้าบุคคลใดรับช่วงงานปีผีมด

ไปแล้วละเลยไม่ปฏิบัติจะทำให้เจ็บป่วยอย่างหนัก หรือถ้าบุคคลใดยังไม่พร้อมที่จะจัดงานเมื่อถึงกำหนดก็จะต้องไปขอผัดผ่อนต่อเจ้าโหราม และเจ้าหงส์ทองโดยผ่านคนทรง

๑๔. การละเล่นเพลงปรบไก่ เป็นการละเล่นที่สืบทอดกันมา ราว ๑๕๐ ปี โดยเริ่มแรกมีการเล่นในกรุงเก่า ครั้นเสียกรุงครั้งที่ ๒ แล้ว เมื่อว่างจากการทำนาทำไร่ ก็ยังคงมีการเล่นเพลงปรบไก่ และเพลงต่างๆ กันอยู่ ตามงานเทศกาลประเพณี เพลงปรบไก่นี้ เป็นเพลงพื้นเมืองของเพชรบุรี ที่นับวันจะหาดูได้ยาก ปัจจุบันยังมีที่บ้านดอนข่อย ตำบลลาดโพธิ์ อำเภอบ้านลาด เล่นเป็นประจำทุกปี

๑๕. ประเพณีสารทลาวเวียง  เป็นประเพณีของชาวไทย  เชื้อสายลาวเวียง  ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี จัดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๐ ของทุกปี เพื่อให้พี่น้องลูกหลานที่ไปทำมาหากินต่างถิ่นกลับมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ในวันนี้ ชาวลาวเวียงจะแต่งกายด้วยเสื้อผ่าที่สวยงามแบบชาวลาวเวียง  โดยเริ่มพิธีตั้งแต่เวลาประมาณ  ๐๙.๐๐ น.  จะนำสำรับอาหารคาว หวานที่เรียกว่า  พาเวน โดยจะมีอาหารคาว ๒-๓  อย่าง  อาหารหวานจำพวกขนมหม้อแกง ทองหยิบ ทองหยอด และผลไม้ต่าง ๆ และที่ขาดไม่ได้ คือ กระยาสารท  โดยนำอาหารมาถวายเพลที่วัด เจ้าของพาเวนจะต้องจุดเทียนไว้ที่พาเวนของตน เมื่อพระสงฆ์ ญาติ โยมทั้งหลายจะนำห่อข้าวน้อย เป็นห่อข้าวที่ทำเป็นคู่ ๆ ข้างในจะมีข้าวปลาอาหาร นำไปแขวนไว้ตามต้นไม้ โดยมีความเชื่อว่าเป็นการทำบุญให้กับผีที่ไม่มีญาติ

๑๖. ประเพณีใต้ดอกไม้ เป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายลาวเวียง หมู่บ้านสระพัง          อำเภอเขาย้อย   จังหวัดเพชรบุรี   ได้สูญหายไปเกือบ  ๓๐  ปี  แล้วได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดย               พระครูวิธาณปุญญาวัฒน จิรปุญโญ  เจ้าอาวาสวัดสระพัง คุณฉวี ใจภักดี  ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลคนแรก และคณะกรรมการหมู่บ้าน ตามตำนานทางพุทธศาสนา กล่าวไว้ว่าในระหว่างฤดูเข้าพรรษาพระพุทธเจ้าได้เสด็จขึ้นไปบนสวรรค์   เพื่อแสดงธรรมให้พระมารดาฟัง   เมื่อเสร็จกิจแล้วได้เสด็จกลับสู่โลกมนุษย์และได้รับการต้อนรับจากพสกนิกรทั่วไป เพื่อเป็นการระลึกถึงวันนี้ในพุทธกาล ชาวลาวเวียงจึงได้จัดงานประเพณี     ไต้ดอกไม้   ในเวลากลางคืน  มีกำหนด  ๓  วัน คือ  ขึ้น  ๑๕  ค่ำ  และแรม  ๑  ค่ำ เดือน  ๑๑ ในช่วง         ออกพรรษา เพื่อเฉลิมฉลองด้วยการบูชาด้วย ธูป เทียน ดอกไม้ เครื่องสักการะต่าง ๆ และเป็นงานรื่นเริง มีการ ฟ้อนรำของชาวลาวเวียงด้วย    เพื่อให้ชาวลาวเวียงได้เห็นคุณค่าความสำคัญของประเพณีและสืบทอดต่อไป

                     - เอกลักษณ์ของท้องถิ่น  

๑. เขาวัง  ในสมัยโบราณนิยมเรียกกันว่า  เขาสมน”   ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพระนครคีรีซึ่งเป็นพระราชวังบนเขาสูง  นับเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี  เช่นเดียวกับต้นตาลโตนด  กล่าวได้ว่าหากมีโอกาสมาเมืองเพชรบุรีแล้วไม่ได้ขึ้นเขาวัง  ก็ดูเหมือนยังมาไม่ถึงเมืองเพชรบุรีในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯมาที่เมืองเพชรบุรีและทรงพอพระราชหฤทัยกับธรรมชาติบนเขาแห่งนี้  จึงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังขึ้นเพื่อเป็นที่สำหรับแปรพระราชฐานมาประทับพักผ่อน           ในครั้งนั้น   เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)  เป็นแม่กองในการก่อสร้าง และเมื่อสำเร็จแล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า  พระราชวังพระนครคีรี”  ส่วนเขาลูกนี้ก็พระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า  เขามหาสวรรค์

                    ๒. ต้นตาล   จังหวัดเพชรบุรี   มีต้นตาลมากที่สุดในประเทศไทย         ดังปรากฏหลักฐานจาก

นิราศเมืองเพชรบุรี”   ของสุนทรภู่  ความตอนหนึ่งว่า  ทุกประเทศเขตแคว้นแดนพริบพรี เหมือนจะชี้ไปไม่พ้นแต่ต้นตาล”  ด้วยเหตุนี้ ต้นตาลจึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี คู่กับเขาวัง หรือพระนครคีรี  ปรากฏเป็นตราและธงประจำจังหวัดเพชรบุรี  สืบมาจนถึงทุกวันนี้

ต้นตาลเมืองเพชรบุรีให้ผลผลิตน้ำตาลโตนดที่ดีที่สุดมาตั้งแต่สมัยโบราณตราบจนถึงปัจจุบัน จึงมีชื่อเสียงติดปากคนทั่วไปว่า น้ำตาลเพชรบุรี”  เพราะมีรสหวาน หอมอร่อย รสชาติกลมกล่อมชวนรับประทาน  จนเป็นที่มาของคำว่า  หวานเหมือนน้ำตาลเมืองเพชร”  โดยทั่วไปตามชนบทชาวนาจะปลูกข้าวและทำตาลควบคู่กันไป   ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นตาลไว้บริเวณคันนา  บริเวณที่มีต้นตาลมากที่สุดของจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ ท้องทุ่งตำบล   หนองไม้เหลือง  ตำบลโตนดหลาย  ตำบลไร่ส้ม  ตำบลโรงเข้ เป็นต้น   ในท้องที่เหล่านี้เมื่อมองผ่านต้นตาลจะมองไม่เห็นท้องฟ้า  อีกด้านหนึ่ง   แต่ปัจจุบันเนื่องจากมีการทำนา        ๒  ครั้ง เป็นผลให้ต้นตาลปรับสภาพไม่ทันเพราะพื้นที่มีน้ำมาก  เกินไปเนื่องจากกลายเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ต้นตาลไม่ได้พักตัวที่  เรียกว่า  แต่งตัว”   ในที่สุดก็ต้องยืนตายภายในเวลาไม่นาน  ปัจจุบันจำนวนต้นตาลจึงลดลงบ้าง

                   จังหวัดเพชรบุรีได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สำหรับน้ำตาลโตนดเมืองเพชร

ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๑ ซึ่งจะได้รับการประกาศโฆษณา เพื่อรับขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เร็ว ๆ นี้  นอกจากนี้  จังหวัดเพชรบุรีได้มีการส่งเสริมให้ปลูกตาลโตนดเป็นสวนหรือเข้าแถว    เพื่อง่ายต่อการเก็บผลผลิตและเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมให้มีการแปรรูปน้ำตาลโตนดปึกเป็นน้ำตาลโตนดผงบรรจุซอง ซึ่งเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงสร้างสรรค์ (Creative Economy)

๓. ชมพู่เพชรสายรุ้ง   เป็นผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น  ซึ่งชาวเพชรบุรีมีความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะรสชาติที่หวานกรอบ อร่อย  แตกต่างไปจากชมพู่พันธุ์อื่น ๆ  หรือแม้แต่จะนำพันธุ์ของชมพู่เพชรไปปลูกที่อื่นคุณภาพก็จะไม่ดีเท่ากับปลูกที่เมืองเพชรบุรี   ดังนั้นการปลูกชมพู่เพชรจึงทำรายได้ให้แก่เกษตรกรจำนวนมากความเป็นมาของการปลูกชมพู่เพชรนั้น  ปรากฏเรื่องเล่าต่อกันมาว่า              นายหรั่ง   แซ่โค้ว   เกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๓๕๘  ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำเมืองเพชรบุรี ฝั่งตรงข้ามวัดขุนตรา  ซึ่งเดิมเรียกกันว่า  บ้านสะพานยายนม”   นายหรั่ง มีอาชีพค้าน้ำตาลทางเรือระหว่างจังหวัดเพชรบุรี กรุงเทพฯ   ต่อมานายหรั่ง ได้นำกิ่งตอนพันธุ์ชมพู่เพชรมา  ๓   กิ่ง  ไม่ปรากฏว่ามาจากสวนแห่งใด   ชมพู่เพชรทั้ง ๓ กิ่งนี้ เป็นชมพู่เพชรรุ่นแรกที่นำมาปลูกในบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี  ซึ่งริมน้ำมีดินดี มีความร่วนซุย น้ำท่วมถึง  มีปุ๋ยและอินทรีย์วัตถุอุดมสมบูรณ์ที่เรียกว่า  น้ำไหลทรายมูล”   มาทับถมอยู่ไม่ขาด  เหตุนี้ชมพู่เพชรจึงเจริญเติบโตงอกงามให้ผลดี  สีสวยและมีรสชาติอร่อย  แตกต่างไปจากชมพู่เขียวที่มีอยู่เดิม  ต่อมามีผู้ขอขยายพันธุ์ชมพู่เพชรไปปลูกบ้างแต่เจ้าของไม่ประสงค์จะให้ขยายกิ่งพันธุ์ชมพู่เพชรไปปลูกแพร่หลายดังนั้นในระยะแรกชมพู่เพชรทั้งสามต้น จึงยังไม่ได้แพร่พันธุ์ไปปลูกในที่แห่งใด อย่างไรก็ตาม ต่อมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้มีการขยายตอนกิ่งชมพู่เพชรออกจำหน่ายให้กับคนที่ต้องการในราคาประมาณกิ่งละ ๒๐๐  -  ๒๕๐  บาท  ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่แพงมากในสมัยนั้น  และภายหลังจาก  พ.ศ.๒๕๐๐  เป็นต้นมา         กิ่งชมพู่เพชรก็เป็นที่แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางในทุกพื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรี สำหรับการใช้ชื่อชมพู่เพชร ต้องเป็นพันธุ์เพชรสายรุ้ง เท่านั้น ไม่ใช้กับชมพู่สายพันธุ์อื่นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์        พ.ศ.๒๕๔๖  เนื่องจากจังหวัดเพชรบุรีได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้าชมพู่เพชรสายรุ้ง  และ      กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกประกาศโฆษณาการรับขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แล้ว ตั้งแต่วันที่     ๑๒  มกราคม  ๒๕๕๓  เพื่อป้องกันการแอบอ้าง หลอกลวงผู้บริโภคให้สับสนหรือหลงผิดในสินค้า และ  รักษาชื่อเสียงสินค้าเพชรสายรุ้ง  ของจังหวัดเพชรบุรีไว้ และจังหวัดเพชรบุรีได้ออกประกาศ เมื่อวันที่          ๒๕  มกราคม  ๒๕๕๓  เรื่อง การปิดป้ายชื่อสินค้าและราคาจำหน่ายชมพู่เพชรสายรุ้ง โดยขอความร่วมมือผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย ปิดป้ายชื่อสินค้าและราคาจำหน่ายชมพู่เพชรให้ชัดเจนด้วย  

๔. แม่น้ำเพชรบุรี  หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า  น้ำเพชร”   เป็นธรรมชาติมีต้นน้ำจาก        ทิวเขาตะนาวศรี   ซึ่งแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับประเทศเมียนม่าร์(พม่า)   ไหลผ่านพื้นที่ในเขตอำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด   วัดท่าไชย  อำเภอเมืองเพชรบุรี และลงสู่ทะเลอ่าวไทย ที่อำเภอบ้านแหลมทางด้านทิศเหนือของจังหวัด   น้ำเพชร  มีความสำคัญในฐานะที่เป็นศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เช่น            พระราชพิธีบรมราชาภิเษก   พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา   ฯลฯ   ความสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เป็นน้ำเสวยในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวราชกาลที่  ๔   สืบมา จนกระทั่งยกเลิกไปใน   พ.ศ.    ๒๔๖๕    ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๖   ในอดีตกล่าวกันว่า     น้ำเพชรมีรสอร่อย   ใสสะอาด   และจืดสนิท   จึงถือได้ว่าน้ำเพชรเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี อีกประการที่หนึ่งที่ชาวเพชรบุรีภาคภูมิใจ   จังหวัดเพชรบุรีมีสภาพทางธรรมชาติและภูมิประเทศอันสวยงามหลากหลายทั้งภูเขา ป่าทึบ ที่ราบ ลุ่มแม่น้ำ ตลอดจนชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย จึงส่งผลให้จังหวัดเพชรบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและสมบูรณ์กว่าจังหวัดอื่นไม่ว่าจะเป็นชายหาด ทะเลอันสวยงาม น้ำตก ถ้ำ ป่า เขา ที่ยังคงธรรมชาติอันงดงาม  ตลอดจนทะเลสาบน้ำจืด   ขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของแมกไม้ นอกจากนี้จังหวัดเพชรบุรียังมีแหล่งศึกษางานด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณี อีกจำนวนมากด้วย 

การท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี : (มกราคม-ธันวาคม ๒๕๕๓ )

เมื่อพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ   ของปี ๒๕๕๓  จากการเปรียบเทียบกับช่วงปี  ๒๕๕๒  ของจำนวนนักท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ  ได้แก่  อุทยานแห่งชาติ     แก่งกระจาน   มีนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ ๖.๖๙    พระราชนิเวศน์มฤคทายวันลดลงร้อยละ ๑.๒๐  และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครคีรี  ลดลงร้อยละ  ๔.๓๙  

สรุปได้ว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี  ปี ๒๕๕๓  (มกราคม  –  ธันวาคม ๒๕๕๓)   จำนวนนักท่องเที่ยวที่จัดเก็บได้จากสถานพักแรม   จำนวน   ๑,๑๙๐,๘๘๕    คน   ชาวไทย   ๑,๑๓๙,๙๔๘   คน ชาวต่างชาติ  ๕๐,๙๓๗  คน  ลดลงจากช่วงปีที่แล้วร้อยละ ๑๘.๐๔ อัตราการเข้าพักเฉลี่ย ๒๓.๕๙ ลดลงจากช่วงปีที่แล้วร้อยละ ๘.๒๗   จำนวนวันพักเฉลี่ย ๑.๖๓

ที่มาข้อมูล : สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 

ตารางแสดงเครื่องชี้ภาวะด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี (มกราคม-ธันวาคม ๒๕๕๒)

 

เครื่องชี้ภาวะการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี

 

๒๕๕๑

๒๕๕๒

การท่องเที่ยว   

 

 

 

จำนวนนักท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

คน

๑,๑๖๓,๙๗๑

๑,๑๖๗,๐๒๖

อัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

%

๒๙.๕๔

+๐.๒๖

-  อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (อ.แก่งกระจาน)

คน

๑๗๓,๕๕๓

๑๖๑,๙๔๓

อัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

%

๒๐.๓๐

-๖.๖๙

-  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครคีรี (อ.เมือง) 

คน

๔๗๔,๕๙๙ 

๔๙๕,๔๓๑

อัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

%

-๒.๖๓

+๔.๓๙

-  พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน(อ.ชะอำ) 

คน

๕๑๕,๘๑๙ 

๕๐๙,๖๕๒

อัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

%

๑๑.๘๗

-๑.๒๐

 

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรี สามารถจำแนกได้เป็น  ๓  ลักษณะ  คือ

๑. สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

๒. สถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม

๓. สถานที่ท่องเที่ยวทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์

ความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี 

Œ เป็นเมือง ๓ วัง  ประกอบด้วย พระนครคีรี พระรามราชนิเวศน์ และ พระราช

                นิเวศมฤคทายวัน

Œ  เป็นเมือง ๓ ทะเล ประกอบด้วย ทะเลเม็ดทราย ทะเลโคลน และทะเลหมอก

Œ  เป็นเมือง ๓ รส ประกอบด้วย  รสหวาน  รสเค็ม และ รสเปรี้ยว 

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

ชายหาดชะอำ   เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี ๔๑  กิโลเมตร

แต่เดิมเป็นเพียงตำบลหนึ่งแต่ภายหลังจากที่หัวหินมีชื่อเสียง  ที่ดินบริเวณชายทะเลถูกจับจองหมด เจ้านายและขุนนางสมัยนั้นจึงหาที่พักผ่อนแห่งใหม่    สมเด็จฯ  กรมพระนราธิปพันธ์พงศ์  ได้เสด็จมาทรงพบว่า     ชายหาดชะอำ เป็นชายหาดที่สวยงามไม่แพ้หัวหิน  จึงทำให้ชะอำเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นมา

หาดเจ้าสำราญ   อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรีประมาณ ๑๕ กิโลเมตร  ในอดีตเป็นหาด             ที่มีความสะอาด  สวยงามและเป็นสถานที่ที่กษัตริย์ในสมัยอยุธยาหลายพระองค์รวมทั้ง                                 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช   และสมเด็จพระเอกาทศรถเคยเสด็จมาประทับแรม  และในสมัย                       กรุงรัตนโกสินทร์  รัชกาลที่ ๖ ก็ทรงโปรดปรานที่แห่งนี้มากถึงกับทรงสร้างพระตำหนักเจ้าสำราญขึ้น         ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า  หาดเจ้าสำราญ

หาดปึกเตียน   เป็นสถานที่อาจเรียกได้ว่าเป็นเพชรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี  ที่มีความ

สวยงามของชายหาดและไม่มีผู้คนพลุกพล่าน  หาดปึกเตียนตั้งอยู่ในอำเภอท่ายาง  ห่างจากหาดเจ้าสำราญ ไปทางทิศใต้ประมาณ  ๗  กิโลเมตร  เป็นหาดที่ขาวสะอาดและกว้างขวางมาก

เขาทะโมน  เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่ชอบปีนเขาชมถ้ำไม่ควรพลาดไปชมมีลักษณะเป็นลูกเขา ขนาดเล็ก อยู่ในเขตตำบลท่าเสน  อำเภอบ้านลาด  มีถ้ำที่น่าชมคือ   ถ้ำพระยาแกรกและถ้ำอื่นๆ       อีกหลายถ้ำ   ที่ยอดเขานั้นมีพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่

เขาย้อย    อยู่ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบุรีประมาณ ๑๕  กิโลเมตรที่นี่มีถ้ำหลายถ้ำ  สิ่งสำคัญที่อยู่

ภายในถ้ำ คือพระพุทธไสยาสน์และพระพุทธบาทจำลอง  ติดกับเขาย้อยคือบ้านดอนทรายซึ่งมีดอกไม้สวยงามน่าชมมาก

ถ้ำเขาหลวง  อยู่ห่างจากเขาวังประมาณ   ๕  กิโลเมตร  เป็นเขาลูกขนาดเล็กยอดสูงเพียง      ๙๒  เมตร  แต่มีถ้ำขนาดใหญ่สวยงาม    และสำคัญที่สุดของจังหวัดเพชรบุรีภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงใหญ่

มีแสงสว่างจากปากช่องบนเพดานถ้ำ     รอบห้องโถงของถ้ำนั้นทีพระพุทธรูปใหญ่น้อยประดิษฐานอยู่มากมาย นอกจากนี้ยังมีหินงอกหินย้อยธรรมชาติสวยงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง

เขื่อนแก่งกระจาน อยู่ในเขตอำเภอแก่งกระจาน  ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรีประมาณ              ๕๓  กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินแห่งแรกของประเทศไทย  สร้างขึ้นกั้นแม่น้ำเพชรบุรีทำให้เป็นทะเลสาบ        กว้างใหญ่    และอาจกล่าวได้ว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย     การเดินทางเส้นทางแรกไป

ทางอำเภอท่ายาง  ต่อไปประมาณ  ๓๐  กิโลเมตร ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งไปตามทางหลวงหมายเลข ๕  ประมาณ

หลักกิโลเมตร  ที่ ๑๘๖  มีทางแยกขวา  เข้าไปอีกประมาณ ๓๐  กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน       เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ภายในอุทยานฯ นี้ มีจุดที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งที่เป็นทะเลสาบกว้างใหญ่ประมาณ ๔๕ ตารางกิโลเมตร     และความสงบในท่ามกลาง   ความงดงามของหินผา บริเวณป่าสนเขาธรรมชาติเป็นจุดชมวิวที่สร้างความประทับใจสำหรับคนที่รักธรรมชาติมานักต่อนักแล้ว

เขาพะเนินทุ่ง  เป็นยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๐๒๗  เมตร  ที่ยอดเขาเป็นทุ่งหญ้าในตอน

เช้าตรู่จะมีทะเลหมอกปกคลุมทั่วไป  ห่างจากเขาพะเนินทุ่งออกไปประมาณ  ๑๕  กิโลเมตร  มีน้ำตกทอทิพย์  เป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง  ๙ ชั้น

ชายทะเลอำเภอบ้านแหลม   บางตะบูน บางแก้ว บางขุนไทร เป็นชายทะเลอำเภอบ้านแหลม  สภาพชายฝั่งเป็นหาดโคลน    เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยแครงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่                           ตำบลบางตะบูน   มีการเก็บหอยแมลงภู่และหอยชนิดอื่นๆ  ที่ตำบลบางขุนไทร ส่วนที่ชายทะเลตำบลบางแก้วมีเศษเปลือกหอยหรือ กระเช้า”  จำนวนมาก  นำไปป่นขายเป็นอาหารสัตว์ได้  ชายทะเลอำเภอบ้านแหลมเหมาะสำหรับการพักผ่อนหาประสบการณ์ในสิ่งแปลกใหม่

แหลมหลวง    มีลักษณะเป็นปลายแหลมของหาดทราย  ยื่นยาวออกไปในทะเลประมาณ      ๒  กิโลเมตร  เป็นชายทะเลภาคใต้แห่งเดียวที่สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก                 เป็นแหลมทรายที่ยาวที่สุดของประเทศ    ได้ชื่อว่าเป็นทรายเม็ดแรกของอ่าวไทย    ตั้งอยู่ในตำบลแหลมผักเบี้ย

อำเภอบ้านแหลม  ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรีไป  ๑๕  กิโลเมตร  บนเส้นทางเดียวกับหาดเจ้าสำราญ โดยแยกซ้ายก่อนถึงหาดเจ้าสำราญเล็กน้อย

คอกระออม   เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน  เป็นที่พักผ่อนของชุมชนริมแม่น้ำเพชรบุรี   บริเวณ

สะพานข้ามแม่น้ำหน้าเขื่อนเพชร    เหมาะสำหรับพาครอบครัว   และเพื่อนฝูง      ไปนั่งพักผ่อนเด็ก ๆ สามารถ

เล่นห่วงยางในแม่น้ำได้อย่างปลอดภัย เพราะน้ำตื้น

          น้ำตกแม่กระดังลา เป็นน้ำตกที่มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ มีน้ำตลอดทั้งปี  การเดินทางเข้าเที่ยวชมสะดวก ห่างจากเส้นทางหลัก (เพชรเกษม)  ประมาณ  ๓๐  กิโลเมตร   ซึ่งใช้เส้นทางเดียวกันกับน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง  ระยะทางเลยน้ำพุร้อนไป  ๗  กิโลเมตร  ถ้าเดินทางหน้าฝน ต้องใช้               รถยนต์ขับเคลื่อน  ๔  ล้อ  เนื่องจากเส้นทางมีน้ำไหลผ่านถนนเป็นระยะ ๆ

อุทยานสวรรค์แก่งกระจาน   เป็นอุทยานทางศาสนา   ประกอบด้วย  ประติมากรรมปูนปั้นพระพุทธรูปปรางค์ต่างๆ โดยเฉพาะองค์เจ้าแม่กวนอิมปางพันมือ ซึ่งแกะสลักจากไม้ ซึ่งเป็นไม้มีกลิ่นหอมจากเมืองจีนและเป็นปรางค์แกะจากไม้หอมใหญ่ที่สุดในโลก   อีกทั้งมีประวัติการจุติขององค์พระโพธิสัตว์          อีกหลายพระองค์ ซึ่งมีแสดงไว้ในอุทยาน

บึงปรีดา   เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่  ตกแต่งพื้นที่เป็นรีสอร์ท   พร้อมบ้านพักรับรอง   สถานที่สะอาด สวยงาม  และร่มเย็น   พร้อมรับรองการประชุมสัมมนา   และจัดกิจกรรมทั้งทางบกและทางน้ำ   การเดินทางไป มาสะดวกห่างจากตัวเมืองประมาณ   ๒๕  กิโลเมตร 

แหล่งศึกษางานด้านศิลปะและวัฒนธรรม

ด้านสถาปัตยกรรม

ปรางค์วัดกำแพงแลง    อยู่ในเขตอำเภอเมือง     เป็นโบราณสถานที่สร้างด้วยศิลาแลงฉาบปูน

ประดับด้วยลายปูนปั้นลักษณะทางด้านศิลปกรรมไม่ว่าที่ปรางค์หรือปราสาท  ล้วนแต่แสดงถึงรูปทรงและ  วัตถุของสถาปัตยกรรมแบบบายน  ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗  ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่ชื่อว่า  หลวงพ่อเพชร

โบสถ์วัดกุฏิบางเค็ม  วัดกุฏิตั้งอยู่เกือบถึงอำเภอเขาย้อย  ตัวโบสถ์เป็นไม้มีขนาดใหญ่ที่สุดใน

บรรดาโบสถ์ไม้ที่มีอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี เฉพาะส่วนที่กั้นฝามีขนาดยาว ๗ ห้อง กว้าง ๓ ห้อง และมีมุขลด    ยื่นออกไปด้านหน้าและด้านหลังด้านละ ๑  ห้องและทำเป็นพาไลอีก ๑  ห้องโดยรอบอาคารหน้าบันจำหลักไม้และฝาแกะสลักไม้ซึ่งมีทั้งหมด  ๒๐  แผง  ถือว่าเป็นโบสถ์ที่มีฝาแกะสลักไม้ทั้งหลังเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม    ลักษณะเป็นอาคารไม้ที่สร้างในสมัยอยุธยามี         ขนาดใหญ่ประมาณ   ๑๐  ห้อง  มีเสาแปดเหลี่ยมเรียงกัน ๔  แถวๆละ ๑๑  ต้น  รวม  ๔๔  ต้น  ในศาลามีธรรมาสน์ยอด  ๒  หลัง  หลังหนึ่งเป็นฝีมือช่างปัจจุบันส่วนอีกหลังหนึ่งมีสภาพชำรุดใช้การไม่ได้แล้วสร้างโดยช่างที่เป็นยอดฝีมือครั้งอยุธยา ซึ่งรัชกาลที่ ๕  ทรงชมว่างามเหลือพรรณนาเล่ากันว่าศาลานี้เดิมเป็น        พระตำหนักของพระเจ้าเสือ  แต่ได้พระราชทานให้สมเด็จพระสังฆราชแตงโมนำมาปลูกสร้างเป็น              ศาลาการเปรียญของวัด  และสิ่งหนึ่งไม่สามารถ  หาชมได้ง่ายนักในปัจจุบัน  ก็คือ   หอไตรกลางน้ำ”   เป็นหอไตรสามเสา ปลูกลงในสระน้ำ มีลักษณะเป็นเรือนไทย    ฝากระดาน ๒ ห้อง  หลังคามุงกระเบื้องดินเผา    ไม่มีกันสาด  ใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎก

 

พระอุโบสถวัดมหาสมณาราม  วัดมหาสมณารามหรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่วัดเขาวัง”         มี พระอุโบสถเป็นอาคารทรงไทยขนาดกลาง  หลังคาซ้อนสองชั้นมุงด้วยกระเบื้องเคลือบ  มีช่อฟ้าใบระกาและหางหงส์เป็นที่งดงามยิ่ง  หน้าบันมีภาพลายปูนปั้นเป็นสัญลักษณ์ของรัชกาลที่ ๔  เป็นรูปพระมหาพิชัยมงกุฎ  ตรงด้านหน้าและด้านหลังของพระอุโบสถ  ทำเป็นศาลาขวางอยู่ชิดตัวกับตัวโบสถ์  ผนังก่อด้วยอิฐฉาบปูน   ทำเป็นช่องโค้งแหลม  ลักษณะอย่างซุ้มประตูและที่แปลกตาก็คือ  ใบเสมาหินอ่อนสลักลวดลายเป็นรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่  ๔

สถาปัตยกรรมพระนครคีรี   เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนิโอคลาสสิกผสมกับสถาปัตยกรรมแบบจีน 

ด้านประติมากรรม

ปูนปั้นวัดไผ่ล้อม ปูนปั้นหน้าบันโบสถ์วัดไผ่ล้อม  มีลวดลายให้ชมด้านเดียวกันสองหน้าบัน  ปั้นเป็นภาพปราสาท ๗  ชั้น  ศาลา เชิงผา ภูเขา ต้นไม้  และภาพพระพุทธรูปปางต่างๆ  ฝีมือการปั้น             ยอดเยี่ยมมาก  ภาพปูนปั้นผนังด้านนี้เมื่อต้องแสงจะทำให้เกิดเงาสลับซับซ้อน    ดูลุ่มลึกลดหลั่นเป็นชั้นช่อง แสดงถึงความเป็นเลิศในแนวคิดและฝีมือช่างอย่างหาที่เปรียบมิได้

ปูนปั้นวัดใหญ่สุวรรณาราม  เป็นรูปแบบสมัยอยุธยาตอนปลาย  สังเกตจากลวดลายกนกอ่อน

พลิ้วแตกก้านแตกช่อ ออกลายประสานกลมกลืนกัน  ภาพประกอบมักนิยมเป็นรูปครุฑ  รูปนารายณ์ทรงครุฑและรูปนารายณ์เหยียบบ่าอสูรเป็นส่วนมาก

ปูนปั้นวัดเขาบันไดอิฐ  หน้าบันโบสถ์ด้านทิศตะวันออกมีศิลปะปูนปั้นเต็มหน้าบัน  ปั้นเป็นรูปครุฑ  ประกอบด้วยลายพุ่มปลายสะบัดดังเปลวไฟ  ถัดจากลายพุ่มเป็นลายกนกก้านขดช่อหางโตพื้น  ประดับกระจก

ปูนปั้นฐานเสมาวัดสระบัว  ฐานเสมาชั้นล่างเป็นภาพยักษ์แบกไม้มือดันฐานเสมาชั้นบนส่วน

ด้านข้างและด้านหลังปั้นเป็นคนพวกสิบสองภาษา สำหรับด้านหน้าโบสถ์ปั้นเป็นรูปพวกอมนุษย์

ปูนปั้นวัดมหาธาตุวรวิหาร  ปูนปั้นที่วิหารหลวงวัดนี้งามเด่นสง่าเป็นที่ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก  เป็นฝีมือชั้นครูในสมัยรัตนโกสินทร์ของชาวเพชรบุรี

ปูนปั้นวัดพลับพลาชัย  มีลายปูนปั้นที่ซุ้มประตูทางซ้ายมือเป็นภาพหนุมานเข้าห้อง             นางวารินทร์  ส่วนซุ้มทางขวามือเป็นภาพวิรุญจำบังลม

ปูนปั้นวัดปากคลอง  เป็นงานปูนปั้นที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือและชั้นเชิงของช่างโดยเฉพาะภาพ

เทพพนมและลายดอกไม้และที่น่าทึ่งก็คือ การลงสีในงานปูนปั้นซึ่งทำได้งดงามน่าชมยิ่งนัก

ใบเสมาวัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นใบเสมาคู่ทำด้วยหินทรายแดง บนแท่นสูง   ๑๒๐  เซนติเมตรจำหลักลวดลายเต็มทั้งแผ่น มีซุ้มเสมาแบบกูบช้าง ลายที่ฐานเสมาแกะสลักเป็นรูปดอกไม้เรียงกัน 

ด้านจิตรกรรม

จิตรกรรมฝาผนังวัดใหญ่สุวรรณาราม  มีลักษณะเป็นภาพเขียนเต็มผนัง  ซึ่งบางส่วนลบเลือน 

เกือบหมดแต่ยังพอเห็นร่องรอยของความงดงามได้ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี  กล่าวว่า ช่างที่อยู่ในสมัยที่ภาพเขียนเจริญถึงขีดสุดเท่านั้น  จึงจะสามารถวาดภาพจิตรกรรมที่งดงามเช่นนี้ได้

จิตรกรรมฝาผนังวัดเกาะแก้วสุทธาราม

จิตรกรรมฝาผนังวัดท้ายตลาด  ในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมเต็มผนังด้านหน้าพระประธาน

ผนังเหนือบานประตูจรดเพดาน เขียนเป็นภาพวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

จิตรกรรมสมุดข่อยวัดพระรูป  สมุดข่อยหรือสมุดไทย  เป็นหนังสือที่ใช้กระดาษแผ่นเดียว

ยาวติดต่อกันไปตลอดเล่มด้วยการพันกลับไปกลับมาเป็นเล่ม ซึ่งจะมีความหนา กว้าง หรือบางเท่าใดก็ได้แล้วแต่ความต้องการ  สามารถเขียนภาพประกอบทั้งที่เป็นลายเส้น  และเป็นภาพระบายสีประเภทจิตรกรรมลงไปด้วย 

แหล่งศึกษาทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์

พระราชวัง

พระราชวังบนพระนครคีรี เขาวัง

เป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้น ตั้งอยู่บนเขาที่มียอดสูงประมาณ ๙๒  เมตร  ริมถนนเพชรเกษมในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี  พระนครคีรีมีพระที่นั่งและกลุ่มอาคารตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่  ๓ ยอด ดังนี้

๑.  ยอดเขาด้านตะวันออก  บริเวณไหล่เขาเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณารามส่วนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นวัดที่สร้างใหม่เพื่อเป็นวัดประจำพระราชวังพระนครคีรี

๒. เขายอดกลาง เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุจอมเพชร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

                    ๓. ยอดเขาด้านตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวัง ประกอบด้วย  พระที่นั่งต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโรงรถ โรงม้า ราชวัลลภาคาร  ศาลาลูกขุน   ศาลาด่าน  ศาลาเย็นใจ  ทิมดาบ  และโรงครัว ที่ตั้งพระราชวังนี้มี

ป้อมต่างๆเรียงรายอยู่โดยรอบทั้ง  ๔  ด้าน

กรมศิลปากร  ได้บูรณะปรับปรุงอาคารของพระราชวังด้านทิศตะวันตก   และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี”  และได้ประกาศให้พื้นที่ทั้งหมดเป็น    อุทยานประวัติศาสตร์        พระนครคีรี

พระรามราชนิเวศน์ วังบ้านปืน เป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดให้สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป โดยย่อส่วนมาจากพระราชวังฤดูร้อน   ของพระเจ้าวิลเฮล์ม    ไกเซอร์  แห่งเยอรมนี  การก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  และได้พระราชทานนามว่า  พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท”   ต่อมาทรงเปลี่ยนเป็นพระรามราชนิเวศน์

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่ที่อำเภอชะอำ  มีลักษณะเป็นอาคารไม้ หลังคาทรงปั้นหยา          มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยมใต้ถุนสูง ประกอบด้วยพระที่นั่งใหญ่  ๓  องค์ ตัวอาคารเป็นไม้หันหน้าเรียงขนานไปกับ  ชายทะเล  มีสะพานเป็นทางเดินเชื่อมระหว่างตำหนักแต่ละหลังและทางเดินไปสู่ทะเลได้ได้รับขนานนามว่า พระราชนิเวศน์แห่ง   ความรักและความหวัง

วัด

วัดเขาบันไดอิฐ   อยู่ห่างจากเขาวังประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นสํานักวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียง   มาตั้งแต่สมัยอยุธยา  บนเขาบันไดอิฐมีถ้ำเล็กใหญ่หลายคูหาอยู่ลึกลงไปใต้เขา ได้แก่  ถ้ำประทุน    ถ้ำพระเจ้าเสือ และถ้ำพระพุทธไสยาสน์  เป็นต้น

วัดกำแพงแลง  วัดนี้เดิมเป็นเทวสถานในสมัยขอมสร้างตามลัทธิศาสนาพราหมณ์  เทวสถานที่สร้าง ขึ้นเดิมมีปรางค์ ๕ หลัง ทำด้วยศิลาแลง ปัจจุบันเหลือเพียง ๔ หลัง ต่อมาเมื่ออิทธิพลของศาสนาพุทธแผ่ขยายเข้ามา  จึงได้แปลงเทวสถานแห่งนี้เป็นศาสนาสถานในพุทธศาสนา

วัดท่าไชยศิริ   เป็นวัดตั้งแต่สมัยอยุธยาเรียกกันว่า วัดใต้”   ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี     น้ำตกบริเวณท่าน้ำของวัดนี้เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์  และเป็นน้ำที่นำไปใช้ประกอบพระราชพิธี                พระบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ตามโบราณราชประเพณี

วัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเพชรบุรี มีการแบ่งเขตพุทธวาส

 ออกจากสังฆวาส     ภายในวัดมีพระปรางค์ห้ายอดซึ่งสันนิษฐานว่าคงจะเป็นพระเจดีย์ห้ายอด    เช่นเดียวกับที่

เมืองนครศรีธรรมราช  แล้วมาดัดแปลงเป็นพระปรางค์ในสมัยหลัง   ที่น่าสนใจคือมีภาพปูนปั้น  ซึ่งเป็นฝีมือช่างเมืองเพชรที่หาดูได้ยาก

วัดใหญ่สุวรรณาราม   เป็นวัดเก่าแก่มีศาลาการเปรียญเป็นศาลาหลังยาวเสาแปดเหลี่ยม   ประตูจำหลักไม้ลายก้านขดปิดทอง  ในพระอุโบสถมีรูปหล่อของสมเด็จพระสังฆราช (แตงโม)  ซึ่งเป็น          ผู้ปฏิสังขรณ์วัดนี้ ประดิษฐานไว้ที่หน้าพระประธาน

วัดกุฏิ เป็นวัดในสมัยอยุธยา มีพระอุโบสถ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง

วัดเขาตะเครา  เป็นวัดอยู่ในอำเภอบ้านแหลมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยสูง ๒๙ นิ้ว  หน้าตักกว้าง  ๒๑  นิ้ว เรียกกันว่า หลวงพ่อเขาตะเครา

วัดสระบัว  เป็นวัดตั้งอยู่เชิงเขาวังด้านตรงข้ามกับวิหารพระพุทธไสยาสน์

วัดเกาะแก้วสุทธาราม   เป็นวัดในสมัยอยุธยาตอนปลาย  มีธรรมาสน์ที่เป็นงานไม้แกะสลักชั้นเยี่ยมที่ฝีมือละเอียดประณีตงดงาม

วัดในกลาง  เป็นวัดเก่าแก่มีอายุไม่น้อยกว่า ๒๕๐ ปี เป็นวัดที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ทรงสร้างเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระมารดาซึ่งเป็นคนบ้านแหลม   เจดีย์    อุโบสถแบบมหาอุด   กุฏิ        ศาลาการเปรียญ หอระฆัง เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย 

วัดมหาสมณารามราชวรวิหาร  หรือ  วัดเขาวัง   ตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านทิศตะวันออก  ใน    พระอุโบสถ      มีภาพเขียนของขรัว  อินโข่ง    ช่างเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเพชรบุรีฝากฝีมือไว้สวยงามมาก

ตามผนังและเสาของพระอุโบสถ

วัดพระพุทธไสยาสน์ หรือ วัดพระนอน  สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่องค์หนึ่งในจำนวน   ๔   องค์   ที่มีอยู่ในเมืองไทย   มีความยาว   ถึง   ๔๓    เมตร

ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง  เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง

                   วัดเพชรพลี เดิมชื่อวัด พริบพลี   เป็นวัดที่ ๙ ที่สร้างขึ้นในเมืองไทย  มีความสำคัญต่อประวัติ

ยุคแรกของพุทธศาสนา  ในไทยจากจารึกลายสือไทย ในกระเบื้องจารและแผ่นหินทรายที่ขุดได้จากวัดพริบพลี

                   วัดคงคารามวรวิหาร  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ทรงปฏิสังขรณ์แล้ว

สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง

                   วัดเนรัญชราราม   ได้รับการตั้งให้สอดคล้องกับชื่อวังมฤคทายวันซึ่งสร้างโดยรัชกาลที่ ๖    ตามเรื่องราวในพุทธประวัติเกี่ยวกับแม่น้ำเนรัญชราและป่าอิสิปตนมฤคทายวัน มีพระอุโบสถลักษณะทรงอินเดีย ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในประเทศไทย  

 

 



หน้า 1/1
1
[Go to top]



Copyright © 2010 All Rights Reserved.